when i was young...
posted on 12 Sep 2009 06:39 by ar51ความจริง... ประกาศตนไว้ว่า จะของดใช้ชีวิตออนไลน์เป็นเวลาสี่วัน (จนกว่าจะส่งโปรเจค)
แต่ว่า...
ฉันเป็นคนมีดีกรีความฟุ้งซ่านสูง
สามารถคิดอะไรหลายเรื่องในเวลาเดียวกันได้
จึงไม่สามารถทนได้
ถ้าไม่ได้ระบาย
(ทำไม คำว่า "ได้" มันเยอะนัก)
และเนื่องจาก ไปอ่านบลอค จิ๊กโก๋เก่งแต่ปาก มา
เรื่อง เด็กควรมีพัฒนาการที่เหมาะสม
ราวกับได้ขุดความหลัง สมัยยังเป็นเด็กหญิง
ความจริง...
ว่าจะจดไว้ใส่กระดาษ แล้วเอามาอัพทีหลัง เมื่อครบตามสัญญาที่ได้ประกาศกร้าวไว้
แต่ขอโทษ....
ทนไม่ไหวจริงๆ
และกระดาษที่จด ก็เต็มหน้าแล้ว (เพราะวาดรูปด้วย)
เอาล่ะ
ความทรงจำเด็กที่สุดที่จำได้
เป็นภาพที่มียาย(ที่เป็นพี่เลี้ยง... เอ้อ! ยายเลี้ยง)
กำลังอุ้มฉัน ฉันมองไปที่คลองข้างบ้าน
เห็นเป็ดว่ายน้ำเป็นแถว
เป็ดเอาหัวจุ่มน้ำ!
เอามาเล่าให้แม่ฟัง... แม่บอกว่า ครั้งสุดท้ายที่ไปบ้านนั้น
ฉันอายุขวบกว่าๆ!!
ตอนสองขวบ เข้าโรงเรียน
ตอนเที่ยงเพื่อนๆจะอาบน้ำกันก่อนเข้านอน(คุณครูช่วยอาบให้ .. อาบกันเป็นหมู่คณะ)
แต่ฉันไม่ได้อาบ ก็แอบน้อยใจ ว่าทำไมไม่ได้อาบ
เพิ่งมารู้เมื่อไม่นานมานี้
ตอนที่พ่อเห็นน้องข้างบ้าน ที่เรียนโรงเรียนนั้น กลับบ้านมาแบบ หัวเรียบแปล้ ทาแป้งหน้าขาว
พ่อถามฉันว่า "อ๊ะ... เดี๋ยวนี้เค้ามีให้อาบน้ำด้วยเหรอ"
"พ๊ออออออออออออออออออออออ!!!!!" (อย่างนี้นี่เอง)
ไม่ตั้งใจเรียนเอามากๆ
ตอนคุณครูสอน(รู้สึกว่าจะเล่านิทาน) ...ก็เอาผ้าเช็ดหน้ามาพับเล่นกับเพื่อน
จนโดนริบผ้าเช็ดหน้า (แต่ฉันเป็น คิดสแนปเปอร์เอ็กเพิร์ท นะยะ)
ตอนโตเคยมานั่งเปิดหนังสือเรียนตอนนั้นดู
วาดดาวก็ไม่เป็น... (แค่แกลากตามจุด ก็เป็นดาวแล้ว)
โคตรโง่เลย
วันไหนรถโรงเรียนมารับช้า จะดีใจมาก
เพราะจะได้ดูเจ้าขุนทอง
รถโรงเรียนจะวนไปรับเด็กๆทั้งเมือง
มีบ้านนึง ชอบมาก สเปซสวยมาก ยังกะอยู่เมืองนอก
(บ้านหลังเล็กๆ อยู่บนสนามหญ้ากว้างๆ ที่มีเนินยุบๆป่องๆ)
เพิ่งมารู้ทีหลัง ว่าคนนั้นเป็นลูกนายอำเภอ
รถโรงเรียนโคตรเหม็นอ้วก!
ไม่เคยร้องไห้ที่โรงเรียนเพราะอยากกลับบ้านเลย
มีแต่ร้องไห้เพราะโดนบังคับให้กินข้าว กินนม
ตอนสี่ขวบ ย้ายโรงเรียนมาเข้าอนุบาลหนึ่ง
แม่เช่าสามล้อถีบให้ไปส่งที่โรงเรียนกับพี่ชายและพี่ข้างบ้านอีกคน
ขอเงินบังถีบสามล้อ (บัง แปลว่า พี่...ที่เป็นมุสลิม)ซื้อขนมทุกวัน
ทั้งๆที่แม่ก็ให้เงินไปโรงเรียน วันละสามบาท!
วิธีพกเงินไปโรงเรียนคือ เอาใส่กระเป๋ากระโปรงไว้ แล้วเอายางมัด
ดังนั้น เวลาจะเอาออกมาใช้ ก็ต้องถกกระโปรงขึ้นมา!!
ไม่ชอบทำงานกลุ่ม ที่ต้องวาดด้วยกันกับเพื่อนๆ
โดยคุณครูจะให้หัวข้อมา แล้วให้กระดาษปรุ๊ฟ A1 กลุ่มละแผ่น
ล้อมวงนั่งวาดกัน
ผลคือ.... จะมีรูปคนยืนอยู่ทุกด้านของกระดาษ
วัยรุ่นเซ็งว่ะ!
เนื่องจากเป็นเด็กไม่ค่อยพูดและหน้าตาไม่น่ารัก ดำๆผอมๆ ดูขาดสารอาหาร(ขาดจริงๆ)
(แต่แม่บอกว่า ลูกสาวแม่น่ารักที่สุด... และอยู่บ้านฉันก็พูดมากโคตรๆ)
ตอนนอนกลางวัน แอบเห็นคุณครูเรียกเพื่อนที่สวยๆออกไปวัดตัวเพื่อตัดชุดรำ
ชุดเดินพาเหรด ชุดเต้น ...
"ทำไมคุณครูไม่ให้น้องฝนรำบ้าง น้องฝนอยากรำ" กลับบ้านมาบอกแม่อย่างนี้
และนี่คือเหตุผล ที่แม่ให้เด็กนักเรียนห้องแม่ แสดงพร้อมกันทุกคนเวลามีการแสดง
(ภาพที่คุณครูสวมมงกุฎให้เพื่อนตอนเที่ยง เพื่อลองชุดรำ ยังติดตาฉันอยู่จนทุกวันนี้)
พิมพ์แล้วน้ำตาคลอ
เชื่อไหม...ถ้ามีการ"คัดเลือก" ฉันไม่เคยได้แสดงออกใดๆ(ทั้งที่อยากมาก)
แม้กระทั่งการเชิญธง ที่นับว่า... ทั่วถึงสุดๆแล้ว ก็ยังหลบฉันไปได้!!!
(ภาพเพื่อนๆผลัดเปลี่ยนกันไปเชิญธง...ซึ่งฉันกำลังลุ้นอยู่ว่าเมื่อไหร่จะถึงฉัน ยังติดตาอยู่จนทุกวันนี้)
"Ability without opportunity means nothing" ...จำไว้ ผู้ใหญ่ทั้งหลาย
ตอนป.หนึ่ง
สูงแค่111ซม. และขาดสารอาหาร
แต่เป็นหัวหน้าห้อง
สอบได้ที่สอง คะแนนห่างจากที่หนึ่งไปหนึ่งคะแนน เพราะว่าตรวจคำตอบกันตอนจะส่งข้อสอบ
แล้วไม่เหมือนกันข้อนึง... ฉันเลยแก้ แต่เพื่อนไม่แก้... ฉันพลาด
เอาแบงค์ปลอมที่ใช้เรียนวิชาเลข มาโปรยเล่น เหมือนรายการส่งชิงโชค
เพื่อนขอให้ช่วยหยิบของให้... พอหยิบไปให้ แล้วมันก็เดินจากไป (ถูกแล้ว)
แต่โกรธมาก ที่มันไม่ขอบคุณ (อินี่...เพอร์เฟคชั่นนิสต์แต่เด็ก)
ทุกคนรู้ ว่าฝนกลัวแมว
วันหนึ่ง นั่งเรียนอยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียงแมวใกล้ๆ
ก้มลงไปมองใต้โต๊ะ... (ที่เป็นลิ้นชักน่ะ)
มีหัวแมวโผล่ออกมา ร้องง้าวๆ.....
จำไม่ได้ ว่าเกิดอะไรต่อจากนั้น... แต่เกลียดพวกมันมาก!!!
.... และ
ภาพหัวแมวโผล่ออกมายิ้มให้ ยังติดตาอยู่จนทุกวันนี้
(ภาพติดตามันเยอะจังวะ!!)
เรื่องการกลัวแมว.... ไว้จะเล่าละเอียดในโอกาสต่อไป
ชอบโดนพวกเด็กผู้ชายแกล้ง
ไม่สมควรเป็นหัวหน้าห้องเลย... ไร้ซึ่งอำนาจ
แต่...
มีอยู่วันนึง คุณครูฝากฝังอำนาจไว้ให้คุมเพื่อนๆไม่ให้เสียงดัง เพราะครูจะไปประชุม
ฉันก็เอาเลย...
"ใครคุยกัน เราจะจดชื่อ"
เพื่อนก็นั่งเงียบ...
.....ได้สักพักเท่านั้น
ก็มีคนคุย... ฉันก็จดชื่อด้วยความซื่อสัตย์ และประกาศว่า
"เราจดชื่อแกแล้วนะ"
เพื่อนคนนั้น ก็เลยเอาดินสอมาให้
บอกว่า... ลบชื่อเราหน่อยนะ อ่ะ...เราให้
ปรากฏว่า
วันนั้นมีดินสอกลับบ้านประมาณสามสิบแท่ง
แม่พบเข้า.... บอกว่าให้เอาไปคืนให้หมด
ตีห้าของวันหนึ่ง...
แม่มาปลุกและร้องไห้
ถามว่า ลูกไปแกล้งเพื่อนมาเหรอ... ลูกไปทำอะไรไว้ที่ไหน
ฉันบอกว่าไม่ได้ทำ
แม่ก็เลยไปฝากถามครูประจำชั้น ให้ถามเด็กๆ ว่าใครโกรธน้องฝนอยู่รึเปล่า
มารู้ในไม่กี่วันถัดมาว่า มีแม่ของใครซักคนโทรไปด่าแม่ฉัน
ว่าฉันไปทำร้ายลูกเค้า
(จะบ้าเหรอ... ฉันนี่ ไม่สู้คนที่สุดในโรงเรียนแล้ว)
ตอนป.2 แก่แดดแก่ลม
ตอนนั้น เนมเพิ่งเลิกกับแนน เพราะอะไรไม่รู้จำไม่ได้แล้ว
วันต่อมา เนมมาขอฝนเป็นแฟน
และจัดงานหมั้นในวันถัดมา
งานหมั้นจัดขึ้นที่ "ฐานทัพของป.2"
ซึ่ง....
อยู่ใต้ถุนอาคารอนุบาล ที่ยกพื้นไม่ถึงหนึ่งเมตร!
แน่นอนว่าเป็นสถานที่อโคจร เพราะนอกจากจะอันตรายจากงูเงี้ยวเขี้ยวขอแล้ว
ยังรบกวนน้องอนุบาลที่กำลังนอนอยู่ด้วย
เวลาจะเข้าฐานทัพ ต้องแอบย่องๆคลานๆไปไม่ให้คุณครูอนุบาลรู้
(แม่ฉันก็อยู่แถวๆนั้นแหละ... ฮี่ๆ)
สมแล้ว ที่เป็นที่อโคจร!
พิธีหมั้นจัดขึ้นอย่างใหญ่โตหรูหรา...
มีเพื่อนเจ้าสาวหนึ่งคน เจ้าบ่าว และเพื่อนเจ้าบ่าวอีกเป็นสิบ!
(แต่มันบอกว่า มันเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัย)
เจ้าบ่าวจุ๊บมือเจ้าสาวหนึ่งที... เป็นอันเสร็จพิธี!
น่าอายมาก
ไม่เคยเล่าใครเลย เพราะเป็นความหลังที่แก่แดดที่สุด
แต่เค้ารู้กันทั้งโรงเรียน (บางคนยังเชื่อว่าเป็นแค่ข่าวลือ)
สอบวิชาเลข
มีข้อนึง ทำไม่ได้ เพราะว่าคุณครูดอกจันทน์ไว้ที่หัวข้อสอบ
แปลว่า "ข้อนี้ยากนะจ๊ะ...ถ้าทำได้แสดงว่าเก่ง"
ฉันเห็นดังนั้นก็รู้สึกประหม่า... และทำไม่เป็น เพียงเพราะมันเป็นข้อดอกจันทน์
ฉันจึงส่งข้อสอบ ทั้งๆที่ไม่ได้ทำข้อนั้น
แต่คุณครูไม่ยอมให้ส่ง... และเคี่ยวเข็ญให้ฉันนั่งทำต่อไป
ฉันจึงร้องไห้ออกมา เพราะคิดไม่ออก
(ความจริง มันก็เหมือนกับแบบฝึกหัดที่เคยทำไปแล้ว... แค่อันนี้มันมีดอกจันทน์!!)
ตอนป.3
มีจัดประกวดร้องเพลง ประกวดอ่านกลอน ประกวดพูด ประกวดเรียงความ ประกวดแต่งกลอน ประกวดเล่านิทาน
เป็นครั้งแรกที่ฉันมีโอกาสแสดงออก
ฉันได้ที่หนึ่งทุกรายการ!
(เป็นไงล่ะ เชอะ!!)
โคตรสะใจเลยค่ะ
(ไอ้นี่มันเด็กเก็บกดนี่หว่า)
แต่มีเรื่องอัปปรีเย่อยู่เรื่องนึง
เล่าที่นี่ที่แรกอีกเช่นกัน
ระหว่างเรียนยุวกาชาด ปวดฉี่มาก
แต่เป็นคนขี้เกรงใจ ไม่กล้าขอครูไป"ดื่มน้ำ.ปัสสาวะ"
พอหมดคาบ ก็ร้องเพลง
"ขอขอบพระคุณยิ่ง ด้วยใจจริงที่กรุณา ชื่นจิตเป็นหนักหนา ขอขอบพระคุณ ขอขอบพระคุณ"
พร้อมๆกับที่ความอดทนสิ้นสุดลง
ดีนะ...ที่ยืนหลังห้อง เพื่อนๆเห็นกันไม่กี่คน
และพอดีเป็นคาบสุดท้ายของวัน
ทำธุระเสร็จ ก็ทำเวรให้เพื่อนเสร็จสรรพ (ไม่ใช่ห้องเรียนตัวเองด้วยนะ)
ทำลายหลักฐาน
เอาน้ำราดกระโปรงให้กลิ่นฉี่หาย แล้ววิ่งไปวิ่งมาให้กระโปรงแห้ง
ตอนจะกลับบ้าน มีเพื่อนถามว่า "วันนี้ฝนฉี่ใส่กระโปรงเหรอ... จริงมั้ยอ่ะ"
แล้วก็เดินวนสำรวจกระโปรงฉัน
"กระโปรงไม่เห็นเปียกเลยหนิเนอะ..."
คุณครูเอามาปรึกษากับแม่ ว่าน้องฝนเป็นอะไรรึเปล่า... ทำไมฉี่ราด
(รู้สึกว่าจะเป็นอาการทางจิต ของพวกเก็บกดจริงๆนั่นแหละ)
อย่าบอกใครนะ.... อาย!
เดี๋ยวค่อยมาต่อ
ขอตัวไปทำงานก่อนค่ะ... ถ้าส่งงานไม่ทันล่ะก็
คงได้ตราบาปมาอีกหนึ่งเรื่องในชีวิต!
)
#1 By เจ้าชายน้อย on 2009-09-12 08:39