สถาปัตย์ กัดฟันฝัน ตอน4 :มึงแย่งงานกู!!
posted on 26 Aug 2009 14:47 by ar51ย้อนอ่าน ซี่รี่ย์สถาปัตย์ กัดฟันฝัน
ปฏิเสธไม่ได้เลยนะคะ ว่า"พวกเด็กถาปัด"นี่... เป็นมันซะทุกอาชีพจริงๆ
เคยมีอาจารย์กล่าวว่า "เด็กถาปัดจบไป เป็นได้ทุกอย่างแหละ ยกเว้นสถาปนิก"
ฮ่าๆๆๆๆ ... อาจจะจริงก็ได้
เพราะว่า (ฟังเค้าเล่ามาว่า)... จบออกมา ก็เป็นสถาปนิกกันแค่50%
ส่วนคนที่จะ"เกิด"ในวงการนี้ได้ มีแค่ไม่ถึง30%
ตัวเลขนี้.... กับจำนวนนักเรียนสถาปัตย์ 160สถาบันทั่วประเทศ
แล้วรวมกับ "ของนอก" อีกล่ะ ....
อาจารย์เคยเอาบทความหนึ่ง ที่ลงใน "อาษา" (เป็นแมกกาซีนของสมาคมสถาปนิกสยามฯ)
มาให้พวกเราอ่าน(ตอนปีเด็กๆเลยอ่ะ...น่าจะปีสอง) ...
ในบทความพูดถึงเรื่อง FTA (free trade area) หรือ เขตการค้าเสรี กับวิชาชีพสถาปนิก
สรุปง่ายๆว่า สถาปนิกจบใหม่ไม่มีความรู้ ต้องสอนงานกันตั้งแต่ต้น ขี้เกียจ ชอบแอบเล่นเน็ท หยุดบ่อย
ต้องลารับปริญญา ซ้อมรับปริญญา ถ่ายรูปรับปริญญา ...ลาไปงานศพ ลา ลา ลา
แต่ถ้าจ้างสถาปนิกพม่านะ เงินเดือนก็ไม่ต้องมาก ไม่มีต่อรอง ไม่ลารับปริญญา แถมนอนเฝ้าบริษัทให้อีกต่างหาก!
ดังนั้น ถ้าเจ้าอยากมีงานทำเจ้าต้องเก่ง ดี มีความถึก และไม่เรียกเงินเดือน!!!
โอ... โหดร้ายยยย
(แทรกหน่อย... เคยมีอาจารย์ฉันเข้ามาอ่านซีรี่ย์ สถาปัตย์ กัดฟันฝันนี่แล้วบอกว่า เขียนให้มันน่ากลัวๆมากกว่านี้หน่อยสิ เห็นไหม เด็กๆยังมาคอมเมนท์ว่าอยากเรียน อยากเรียน กันอยู่เลย ตอนนี้...โหดพอมั้ยคะอาจารย์?)
เอาล่ะ... ความจริง ที่กล่าวมาทั้งหมด อาจจะยังไม่เรียกว่าเข้าเรืองก็ได้ (เหวออออออ!!!)
ไม่ไง..คือต้องเกริ่นให้เห็นความโหดร้ายของอาชีพนี้ก่อน
บางทีคุณอาจจะเข้าใจ ว่าทำไมพวกเด็กถาปัด ไปทำงานด้านอื่นๆกันหมด
เป็นที่มาของ ประโยคสุดฮิตที่บอกว่า "พวกถาปัดแม่ง...จบออกไปก็มาแย่งงานกู"
หรือ "อ๋ออ จบถาปัดมันก็ตกงานไง ก็เลยไปแย่งงานชาวบ้าน"
หรือ "เด็กถาปัดนี่เก่งจังเลยนะเธอ ทำงานได้ตั้งหลายอย่าง" (อันนี้ เอ่อ... ไม่เคยได้ยิน ฮ่าๆๆ)
ความจริงก็คือ....
ตามที่ได้บอกไปในตอนก่อนๆ ว่าโรงเรียนสถาปัตย์นี้ สอนทั้งวิทย์และศิลป์
เป็น "ศิลปะที่มีฟังก์ชั่น" แปลว่าอะไร
แปลว่า ความสวยมันเกิดจากเหตุผล เกิดจากความลงตัวระหว่าง "ดูดี" กับ "ใช้ได้"
(ดังนั้นบางที "สวย" สำหรับสถาปนิก กับ คนอื่นๆ อาจจะคนละ"สวย"กัน)
แต่ความจริงที่สำคัญกว่าสิ่งที่เราเรียน
ก็คือ.....
จริงๆไม่ใช่เด็กถาปัดหรอกที่จบไปทำได้หลายอย่าง
แต่ไอ้เด็กที่มันทำได้หลายอย่างต่างหาก ที่เข้ามาเรียนถาปัด!
เอ่ออ ดังนั้น ... ดังนั้นนน
ตั้งแต่ปีหนึ่งเป็นต้นมา... ก็มีคนหลากหลายประเภท เดินชนกันอยู่ในคณะ
คนนั้นเก่งคำนวณ คนนั้นเก่งวาดรูป คนนั้นเก่งดนตรี คนนั้นร้องเพลงเพราะ
คนนั้นทำอาหารเก่ง คนนั้นเพาะกาย(มีจริงๆให้ตาย) ...
สุดท้าย พอคน"เหล่านั้น" จบปีห้า
ก็ไปเป็นสถาปนิกบ้าง หรือก็ไปทำอย่างที่ตัวเองชอบ และคิดว่าถนัดกว่า
บางคนก็ทำไปด้วยกันทั้งสองอย่าง
บางคนไปบวช!
(ล่าสุด มีอาจารย์ฉันคนหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นอาจารย์ที่ดีมาก ลาออก แล้วไปบวชตลอดชีวิต.... อนุโมทนาค่ะ)
ส่วนคนที่ กลัวว่าตัวเองจะโดน "พวกจบถาปัด" แย่งงาน
ขอถามนิดว่า...
คุณเองที่เรียนมาโดยตรง กับคนที่เรียนสร้างบ้านสร้างตึกมา
ตามตรรกะแล้ว... ใครควรจะทำได้ดีกว่า??
ฉันมองว่า "การแย่งงาน" (ที่มีความหมายว่า เรียนจบอย่างนึง แต่ไปทำงานอีกอย่างนึง)
ไม่ใช่เรื่องผิดเลยแม้แต่น้อย
เพราะสุดท้าย ใครๆก็อยากทำงานที่ตัวเองทำแล้วมีความสุข
...แค่นั้นเอง
edit @ 26 Aug 2009 16:00:52 by Fonn || AR51
edit @ 26 Aug 2009 16:35:02 by Fonn || AR51

เพาะกาย(นั่งขำ)
#1 By Judus_Shan on 2009-08-26 16:06