สวนสัตว์ประหลาด
posted on 15 Apr 2009 01:34 by ar51หยุดยาวแบบนี้
แทนที่ท่านผู้ปกครองจะเสี่ยงชีวิตพาลูกหลานไปเที่ยวเขาดิน
ลองเปลี่ยนบรรยากาศ
มาเที่ยวสวนสัตว์ประหลาด
เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้เยาวชนของชาติ
(เอ๊ะ...ทำไมเป็นเพลงแร๊พ)
เนื่องด้วยมังคุด และ บักสน ได้ร่วมมือกันจัดตั้งสวนสัตว์ประหลาดขึ้นมา
โดยมีโจทย์ว่าให้นำสัตว์สองชนิดมาผสมพันธุ์กัน
และแล้ว
เราก็ได้สัตว์มาถึง 10 ชนิด!!!
ดังนี้
1.rhinophant โดย คิมบักสน
2.ชื่อ rhiphant หรือ ตัวแชด มีถิ่นกำเนิดในเขตที่ราบสูงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แถบชายแดนแคมโบ้
แถวบ้านบักสน
กินแมงกุชชี่เป็นอาหาร หะหะหะ
โดยมังคุด
3.Lizock โดย บักสน
4. Lizarockลิซ่าร็อค หรือ กิ้งกบ...
ถิ่นกำเนิดในประเทศวานูอาตู
หลังจากยุคล่าอาณานิคม
กิ้งกบก็แอบขึ้นเรือของชาวโปรตุเกส
มาโผล่เมืองไทย (เรียกว่ามาพร้อมๆกับทองหยิบทองหยอดทีเดียว)
ปัจจุบันเป็นสัตว์หายาก
หาได้ตามศาลเจ้าพ่อต่างๆ
โดย มังคุด
5.บักสนมีฟาร์มเพาะ หมู หมา กา และ ไก่
คอกหมาและไก่นั้นอยู่ติดกัน
และแล้ว....
ป๊อกกี้ หรือ ลูกหมาก จึงอุบัติขึ้น โดยมังคุด
เป็นที่มาของชื่อโรค ต่อมลูกหมากโต
เพราะว่า เมื่อลูกหมากโตขึ้น
ก็ไม่สามารถสืบพันธุ์ได้ (เป็นหมัน)
6.สัตว์ในตำนาน "Dickchen" โดยบักสน
มีถิ่นกำเนิดแถบลุ่มแม่น้ำอุรวดี เป็นที่กล่าวขาน
ถึงเป็นอย่างมาก ค้นพบชื่อครั้งแรกในตำนาน
ของชาวเผ่ามายัน เชื่อกันว่า หากใครพบดิ๊กเค่น
แล้วจะมีแต่ความโชคดี
แต่ปัจจุบัน ดิ๊กเค่น กลับถูกนำมาใช้
เรียกคนที่มีนิสัย "ชอบจิก และชอบเห่า"
ในตัวคนเดียวกัน
พวกดิ๊กเค่น!!!
7."แมะ" โดยบักสน
เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โครโมโซม 22 คู่
ขนสามารถนำมาทำเป็นเครื่องนุ่งห่มได้
แมะ เป็นสัตว์ขนดกปุกปุย หยิก และวิ่งได้เร็ว
8.sheeeee~ หรือ ชี่(ฮี่ๆๆๆๆ) โดยมังคุด
ใช้วิ่งในสนามก็ได้ หรือถ้าอยู่นอกฤดูกาลแข่งขัน
ก็จับกร้อนขน
เนื้อของลูกชี่.... นำมาทำอาหารหรูระดับภัตตาคารห้าดาวตลาดสามย่าน
9.PEAK โดยบักสน
สัตว์ที่ไม่ชอบขยับไปไหน วันๆเอาแต่นั่งกินนอนกิน
ออกลูกเป็นไข่ มีนิสัยมูมมาม พีค พบแถว
ทวีปแอฟฟริกา โดยเฉพาะที่หมู่เกาะ
ปาปัวนิวกินี จะมีพีค เยอะมาก ชาวพื้นเมือง
นิยมเนื้อพีคเป็นพิเศษ เพราะมีไขมันสูง
ช่วยให้อบอุ่นยามฤดูหนาวมาเยือน
10.ถึงแม้มุสลิมอินเดียจะกินหมูไม่ได้เพราะขัดต่อหลักศาสนา
แต่เจ้า Cobrig (ค๊อบบริก) หรือ หมูเห่า นี้
นำมาใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากิน ไม่ได้เอาไว้เป็นอาหารแต่อย่างใด
นอกจากจะช่วยให้แขกอินเดียคุ้นเคยกับหมูมากขึ้นโดยไม่บาปแล้ว
อันตรายจากการประกอบอาชีพหมองูยังลดลงถึง90%
เพราะหมูเห่าไม่มีพิษ กัดไม่เจ็บ
เพียงแต่กินดุไปหน่อยเท่านั้น
สามารถเลี้ยงไว้เฝ้าบ้านได้
หรือถ้าหมดอายุขัย ก็นำไปส่งโรงงานงู ตามกระทู้นู้นได้อีก
คุ้มจริงๆจอร์จฮัมบูดาบี
ข่าวดี สำหรับผู้เข้าชมสวนสัตว์
เนื่องจากสวนสัตว์ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ทางเราจึงเร่งผสมเพิ่มเพื่อเป็นการขอบคุณผู้ชม
มก
ถิ่นกำเนิดอยู่ที่ไซบีเรีย
จะอพยพเข้าสู่เอเชียอาคเนย์
ในฤดูหนาว ส่งเสียวเมี้ยวๆ ยามหิว
โดย บักสน
(รู้สึกดี ที่บักสนไม่เอาตัวเป็นนก หัวเป็นแมว.... มิฉะนั้นฉันจะไม่เอามาลงบลอค
เนื่องจากรังเกียจแมวเป็นการส่วนตัว)
Ginake
หรือภาษาไทย คือ ยีรู
เป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการขั้นสูงตามหลักของชาร์ล ดาวินส์
เป็นสัตว์กินพืช และออกหากินตอนกลางคืน
ออกลูกเป็นไข่ แถวเมืองนอกถือว่าเป็นสัตว์
พบเห็นได้ัทั่วไป แต่ถ้าเห็นในไทย
จะมีคนแห่ไปกราบไหว้อย่างหนาแน่น
บางตัวได้ชื่อเป็น เจ้าพ่อเจ้าแม่กันเลยทีเดียว
เมืองไทย!!
โดย บักสน
สองพี่น้อง Reable โดย มังคุด
มีข้อมูลแบบเจาะลึก และ How to... อยู่ในเอนทรี่ How to...ผสมพันธุ์สัตว์ประหลาด
ตามไปดูกันได้จ้ะ
Mird หรือ ลิงแก้ว
ค้นพบครั้งแรกในภาคใต้ของไทย
ในหมู่บ้านของชาวซาไก ลักษณะเด่น
คือมีความว่องไว ชอบอาศัยใน
ที่สูงๆ เช่นต้นไม้ ชาวบ้านจึง
นิยมนำมาเลี้ยงเพื่อไว้เก็บมะพร้าว
ลิงแก้ว มีโครโมโซมใกล้เึคียงกับมนุษย์
มีวัฎจักรการเจริญเติบโตแบบเมตาฟอส
ชิพวั้งค์ หรือกวางรอก
หากินแถวชายป่า เคยเป็นมาสคอต
หนังอะนิเมะชื่อดังของฝรั่ง ตัวชิฟวั้งค์
มีนิสัยขี้เล่น ชอบแทะ และชอบร้องเพลง
โตขึ้นมักจะโดนล่าเขา เพราะสามารถ
นำมาทำเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคได้
ในไทย ค้นพบเพียงที่เดียวคือ
จังหวัดศรีสะเกษ เพราะเป็นจังหวัดเดียว
ที่มีภูมิอากาศแบบทุ่งหญ้าสะวันนา
โดย บักสน (จะขยันไปไหน)
สุดท้าย
แด่พี่โตโต้... เจ้าสำนักเป็ดเต่าควายค่ะ
ขอขอบคุณ liteflick เว็บรูปถ่ายสวยๆ อุทิศพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ ให้เรามาไว้ทำพันธุ์
(ปล.บักสนเค้าบอกมาว่า... ถ้ากระแสตอบรับดีอย่างงี้ จะเร่งผลิตออกมาให้ดูเรื่อยๆ)
บักสน : ใครพูดวะ??
Editครั้งที่สอง (อาจจะมีการ edit แบบเมดเล่ย์)
บักสน : อ่ะ ไหนๆ ก็เขียนว่าเราจะเร่งผลิต เราก็ผลิตออกมาเพิ่ม อย่าลืมเอามาโปะต่อเด้อ
.....
ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นใครขยันเท่าบักสนมาก่อน
ณ จุดนี้ เขากำลังหมกมุ่นในเรื่องการผสมพันธุ์..... สัตว์ประหลาด
(แหะๆ)
เรียกว่า ไม่หลับไม่นอนกันเลยทีเดียว
ต้องขอบคุณบักสนเป็นอย่างมาก อาจบอกได้ว่า เกาะบักสนกิน (คร่อกก)
เอาล่ะ มาดูกันต่อ
Dolzhin หรือ โลก่า
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทหนึ่ง
หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นปลา
มีความสามารถพิเศษในการส่งเสียงคลื่น
ที่สุงมาก เรียกว่าอุลตราโซนิก
บางตำรากล่าวว่า เสียงของโลก่า
ช่วยในการรักษาโรคบางชนิดได้
นอกจากนี้ยามเผชิญหน้าำกับศัตรู
โลก่าสามารถเปลี่ยนสีผิวได้ด้วย
เพื่อให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม
ภาคใต้ของไทยอาจจะไม่ค่อยพบเห็นโลก่า
มากมายนัก หากต้องการพบเห็นโลก่า
อาจจะต้องท่องสมุทรไปไกลถึง
แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
และนี่ก็คือ
มัจฉานุ ในวรรณคดี!!!
เผอิญรูปนี้กำลังเขิน ก็เลยหน้าแดงไปหน่อย
มัจฉานุ คือ ลูกของหนุมาน กับ นางสุพรรณมัจฉา
แบบว่า...ที่จริงต้องเป็นลิงเผือก
แต่อันนี้คือกลายพันธุ์แล้ว เนื่องจากภาวะโลกร้อน
แพนดิ๊ท หรือ pandit
แหล่งกำเนิดอยู่ที่ประเทศจีน กินพืชเป็นอาหารหลัก
เมื่อก่อนมีสีขาวล้วน แต่เนื่องจากเป็นสัตว์หายาก
ทำให้ถูกจับมาอยู่ในกรง เพื่อให้คนแห่เข้ามาดู
แพนดิ๊ทจึงไม่ค่อยได้หลับได้นอน หนังตาจึงมีสีดำ
ปัจจุบันหายากมาก ถือว่าเป็นสัตว์ป่าสงวน
กิ้งแก้ว Larot
สีสันสวยงาม ทำให้มีลักษณะเด่นเฉพาะตัว
อาศัยที่ลุ่มน้ำอะเมซอน มีความฉลาดในระดับหนึ่ง
กิ้งแก้ว สามารถนำมาหัดให้พูดได้ จึงเหมาะอย่างยิ่ง
สำหรับคนที่ไม่มีูลูกมีหลาน
กิ้งแก้วสามารถปรับเปลี่ยนสีขนได้อย่าง
น่าอัศจรรย์ นั่นคือเมื่อฤดูกาลเปลี่ยนแปลง
สารเคมีภายในร่างกายของกิ้งแก้วจะทำปฎิกิิริยา
และส่งผลให้สีขนเกิดการเปลี่ยนแปลง
ทำให้กิ้งแก้วมีสีสันไม่น่าเบื่อ
เหมี่ยว
มีนัยต์ตาที่แหลมคม พร้อมด้วยจงอยปากที่น่ากลัว
ทำให้เหมี่ยวกลายเป็นสัตว์ที่หลายๆคนใฝ่ปอง
ราคาเหมี่ยวค่อนข้างสูงมากๆ ตัวนึงเลขหลายหลัก
ถิ่นกำเนิดเหมี่ยว อยู่ที่ประเทศมาเลเมีย
ค้นพบครั้งแรกโดยนักสำรวจชาวฮอลันด่า
เป็นการค้นพบโดยบังเอิญ เนื่องจาก
กัปตันชาวฮอลันด่าเผอิญไปนั่งทับเหมี่ยว
ทำให้หนามเหมี่ยวแทง
ฮิปโป้ดาว
แตกต่างจากฮิปโป้ทั่วไปคือจะมีสีเหลือลายดำ
เป็นจุดๆ ขนาดใหญ่เท่าฮิปโป้ทั่วไป แต่
ดุยิ่งกว่า และสามารถปีนป่ายต้นไม้ (หา!!!)
ที่ไมู่สูงมากได้ด้วย ที่สวนสัตว์ดุฉิต
เปิดให้บริการเข้าชมฮิปโป้ดาวแล้ว
โดยอัตราค่าเข้าชม เด็กตั๋วละ 20 บาท
ส่วนผู้ใหญ่เข้าฟรี
(หา!!!)
ตั๊กต่าไฟ
ชาวไร่ชาวนาไม่ชอบตั๊กต่าไฟสักเท่าไร
เพราะตั๊กต่าไฟชอบไปกัดกินพืชผลของช่าวไร่ชาวนา
ตั๊กต่าไฟมีสีเหลืองออกส้ม จึงเป็นที่มา
ของคำว่าตั๊กต่าไฟ เป็นญาติกับตั๊กแตนปาทังก้า
เพียงแต่ว่าตั๊กต่าไฟ จะแลบลิ้นตวัด
พื่ชผลแทนการใช้ปากกัดกินโดยตรง
อย่างไรก็ตาม แถบอีสาน ตั๊กต่าไฟ
หาได้น้อย เพราะชาวบ้านนิยมจับตั๊กต่าไฟ
มาทำอาหาร แถมเอามาขายก็ยังได้อีก
อีสานเฮาจงเจริญ!!! (อ่า...สัตว์เศรษฐกิจนี่เอง)
ว่างๆก็แวะไปเยี่ยมบักสนกันได้นะคะ http://hackerlife.exteen.com
edit รอบสาม
บั๊กเกอร์ฟลาย Buggerfly โดยบักสน
สีสันสดใส ชอบกินน้ำหวาน
เมื่ออายุยังน้อยจะมีขนาดเล็ก
และเมื่อโตขึ้นขนาดจะค่อยๆใหญ่ขึ้นและเมื่อตัวโตเต็มวัย
จะมีขนาดตัวเฉลี่ยยาวประมาณ 6 เซนติเมตร
มีปีกที่เต็มไปด้วยสีสัน เมื่อจะผสมพันธุ์
บั๊กเกอร์ฟลายจะมารวมตัวกันอย่างคับคั่ง
เพื่อปล่อยสารฟีโรโมน เรียกเพศตรงข้าม
ซึ่งฤดูผสมพันธ์คือช่วงเดือน ตุลาคม-พฤศจิกายน
ดังนั้นหากต้องการไปเที่ยวชมการสมสู่ (หา!!)
ของบั๊กเกอร์ฟลาย ต้องไปในช่วงเดือนนี้เท่านั้น
ใครบอกว่านกเงือกเป็นสัตว์รักเดียวใจเดียว
บักสนขอเถียง เพราะจากการค้นคว้าทาง
สัตวาภิธาน เราได้ค้นพบสัตว์ที่ีมีลักษณะ
ร่วมของนกเงือกกับสัตว์ชนิดอื่น นั่นคือ
เพนนีบิล อ้างอิงจากตำรา ของ
เซอร์ ไอแค่ก นิ้วซั่น
เพนนี่บิลมีถิ่นกำเนิดที่แถบไซบีเรีย
ชอบรวมตัวกันเป็นกลุ่มแล้วส่งเสียง
ตะโกนโหวกเหวก คาดว่า
เป็นสาเหตุที่ทำให้เรือไททานิคล่ม
เพราะกัปตันเรือทนไม่ไหวที่ได้ยินเสียง
เพนนี่บิลร้องรบกวน นึงหักพวงมาลัย
พุ่งเข้าชนฝูงเพนนี่บิล แต่โชคร้าย
ดันพุ่งชนภูเขาน้ำแข็ง ไว้อาลัยแด่
แจ็ค กับโรส ที่ต้องเผชิญโศกนาฎกรรม
เนื่องจากเพนนี่บิล
เป็นญาติห่างๆกับตั๊กต่าไฟ ต่างกันตรงที่
ตุ๊กแตนมีสีสันเยอะกว่าตั๊กก่าไฟ
ตุ๊กแตนเป็นสัตว์พวกอาโธรพอด
คือมีลักษณะเป็นข้อๆ อาศัยอยู่บนบก
สืบพันธ์แบบอาศัยเพศ
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า
ตุ๊กแตนเป็นสัตว์ที่ขาดความอบอุ่น
เพราะจะชอบไปเกาะฝาบ้าน
ของมนุษย์แล้วส่งเสียงร้อง
ตุ๊กแตน ตุ๊กแตน เพื่อเรียกร้องความสนใจ
หางของตุ๊กแตน มีไว้เพื่อผสมพันธ์
ถือเป็นลักษณะเฉพาะตัวของตุ๊กแตน
เมื่อผสมพันธ์เสร็จ ตุ๊กแตนตัวเมีย
จะกัดกินตุ๊กแตนตัวผู้
วันดีคืนดี ชาวบ้านก็จับ
ตุ๊กแตนมาทำแกล้มเหล้า
แซบไปอีกมื้อ!!
ผึ้งป่องเป็นผึ้งที่อยู่ในป่าอะเมซอนโดยเฉพาะ
เป็นผึ้งที่น่ากลัวมาก เพราะมีหางเป็นอาวุธ
ชาวป่าละแวกนั้น ถึงกับตั้งฉายาให้ผึ้งป่องว่า
"นางพญาเพชรฆาตร" เพราะการโจมตี
ที่รุนแรงทั้งพ่นเหล็กใน และใช้หาง
ทิ่มแทงเหยื่อ ทำให้เหยื่อปวดแสบปวดร้อน
ผึ้งป่องเป็นผึ้งที่มีขนาดใหญ่กว่าผึ้งทั่วไป
คือตัวโตเต็มวัยจะมีขนาดเท่ากับขนาด
ในภาพ (ขนาดเท่าของจริง)
รังของผึ้งป่องจะมีขนาดใหญ่เ่ช่นกัน
คือมีขนาดใหญ่ประมาณล้อรถแทรกเตอร์
ชาวป่านิยมไปรมควันผึ้งป่อง เพื่อ
เอาน้ำหวานมาขาย ปัจจุบันผึ้งป่อง
จึงค่อนข้างหายากมากๆ
edit @ 16 Apr 2009 09:38:53 by Fonn || AR51
edit @ 16 Apr 2009 15:44:54 by Fonn || AR51
edit @ 16 Apr 2009 19:23:24 by Fonn || AR51
วิทยาการก้าวหน้าทันสมัยมาก
ฮือออ ดีใจ ไม่เคยขึ้นฮอตโพสต์มาก่อน
#1 By เม็ดบ๊วย on 2009-04-15 02:18