ปีที่แล้วตอนที่พี่เบิร์ส(พี่รหัสและพี่ชายของฉัน)ขับรถพาฉันมาส่งที่บ้าน หลังจากเลิกงาน At First Sight
พี่เบิร์สพูดกับฉันว่า "At First Sight สอนให้น้องรู้จักคำว่า เต็มที่"
ฉันคิดว่า ฉันเข้าใจสิ่งที่พี่พูดดี
หนึ่งปีผ่านไป...ฉันได้ผ่านบททดสอบต่างๆ
จากการรับน้อง จากการเรียน จากเพื่อน จากอาจารย์ จากโปรเจค...ฯลฯ
ฉันคิดว่า ฉันรู้จักความเต็มที่ดี
ฉันคิดว่า ไม่มีใครที่ผ่านปีหนึ่งมาได้ โดยไม่รู้จักมัน
เมื่อวานนี้(31 พ.ค.50)เป็นวัน At First Sight
ฉันได้ไปนั่งดูน้องๆประกาศตนที่หน้าคณะ
บนเก้าอี้สีขาวตัวใหม่ แต่หน้าที่เดิม เหมือนที่มันเคยทำ ไม่รู้ตั้งกี่ปีมาแล้ว

การหมุนนาฬิกานี้ให้เดินวนกลับมาที่เดิมทำให้ฉันได้เติบโตขึ้น
การอยู่ในจุดเดิม แต่บทบาทใหม่ทำให้ฉันมองเห็นตัวเอง เห็นคนอื่นๆ เห็นอะไรกว้างขึ้นกว่าเก่า
ฉัน...นิสิตปีสอง ที่ไม่ค่อยมีสิทธิ์มีเสียง ทำอะไรไม่ได้มากนัก
ทำได้มากที่สุดคือ ส่งกำลังใจให้น้อง...และที่สำคัญกว่านั้นคือทบทวนอะไรบางอย่าง
แล้วฉันก็ได้ค้นพบสิ่งที่สำคัญสิ่งหนึ่งเข้า
มันเป็นความรู้สึก...ที่ยากจะเขียนให้ออกมาเป็นรูปธรรม ยากจะอธิบายให้เข้าใจ
สิ่งที่ฉันอยากทำในขณะที่กำลังพิมพ์อยู่นี้คือ "ร้องไห้"
(เป็นหนึ่งในสามวิธี ที่ฉันใช้ในการระบายความรู้สึก)
ร้องไห้ด้วยความรู้สึกที่...เอ่อ ... อย่างที่บอกไปเมื่อกี๊นั่นแหละ
อาจเป็นอาการเดียวกับที่ฉันลงมาจากเก้าอี้เมื่อปีที่แล้ว...
มันเสียใจ ดีใจ ภูมิใจ อึดอัด ตื้นตัน โกรธ...
เอ้ออ ไม่รู้สิ --ปนกันมั่วซั่วไปหมด
แต่โดยรวมๆแล้ว ฉันนึกขอบคุณพี่รุ่นแรกที่คิดการประกาศตนขึ้นมา ขอบคุณพี่รุ่นต่อมา ที่ยินดีจะสืบทอดมันต่อไป และรุ่นพี่ทุกรุ่น ที่ทำให้มันอยู่ จนมาถึงทุกวันนี้
ฉันว่า....สำหรับฉันแล้ว
At First Sight จะทำหน้าที่ของมันได้สมบูรณ์ที่สุด ก็ต่อเมื่อฉันกลับมาพบมันอีกครั้ง...
อย่างวันนี้
"At First Sight สอนให้น้องรู้จักคำว่า เต็มที่" ... เสียงพี่เบิร์สดังมาจากที่ไหนซักแห่ง
ปล.ขอบคุณเอนทรี่"ปิดเทอมของฉัน"ของฉิ่น ที่จุดประกายอะไรบางอย่างให้เอนทรี่นี้
edit @ 2007/06/02 02:04:33