2006/Oct/24

ช่วงนี้เป็นเทศกาลถือศีลกินเจ
บางคนก็กิน เพราะเค้าบอกว่า มันได้บุญที่ไม่ไปเบียดเบียนสัตว์
บางคนก็กิน เพราะเค้าบอกว่า เป็นการดีทอกซ์ ล้างท้อง
บางคนก็กิน เพราะถูกบังคับ

เคยสงสัยกันไหม ว่าทำไม ฆ่าสัตว์ไม่ได้ แต่ฆ่าผักได้

เคยสงสัยกันไหม ว่าค่าของสิ่งต่างๆบนโลกเราวัดจากอะไร (นี่ไม่ใช่บทความทางวิทยาศาสตร์ บอกไว้ก่อน อย่าตอบว่า เทอร์โมมิเตอร์ บารอมิเตอร์ หรือแท็กซี่มิเตอร์...ไม่เกี่ยวกัน)

ทำไมฆ่าหมู บาปไม่เท่าฆ่าเต่า --เราวัดกันที่อายุ?

ทำไมฆ่าคนบ้า บาปไม่เท่าฆ่าพระ --เราวัดกันที่สถานะทางสังคม?

ทำไมฆ่าไก่มากิน บาปไม่เท่าฆ่าหมามากิน -- เราวัดกันที่ความแสนรู้?

ทำไมฆ่าคนอื่น บาปไม่เท่าฆ่าพ่อแม่ตัวเอง --เราวัดกันที่พระคุณ?

ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา จนถึงบัดนี้ ความเท่าเทียมก็ไม่เคยมีอยู่ในสังคม เราตัดสิน"ค่า"ของสิ่งต่างๆด้วยประสบการณ์ของตัวเอง ทั้งๆที่สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก น่าจะมีสิทธิ์ในการมีชีวิตอยู่บนโลกนี้เหมือนกัน ไม่ว่าจะคน สัตว์ หรือพืช

การที่เราคิดว่า ต้นสักใหญ่ๆต้นหนึ่ง มีค่ามากกว่า ต้นมะขามเล็กๆต้นหนึ่ง เพราะว่า ขนาดของมันใหญ่กว่า มันมีชีวิตอยู่มานานกว่า และกำลังเหลือน้อยเต็มทีใช่ไหม

แล้วถ้าเราคิดในทางตรงข้ามกับต้นมะขามน้อยๆ
ก็แค่ต้นมะขาม... ที่ไหนก็มี... เพิ่งงอกได้ไม่กี่วันเอง เดี๋ยวก็มีต้นอื่นงอกมาใหม่แหละหน่า

แล้วทุกคนก็คิดแบบนี้
สักวัน มะขามก็จะค่อยๆสูญพันธุ์

ลองคิดกันอีกด้านว่า อ่ะต้นไม้เล็กๆถ้าเลี้ยงดีๆ ก็จะเป็นต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแรงให้ร่มเงาในอนาคต
ถึงจะไม่ใช่ไม้ที่มีความสวยงามเหมือนไม้สัก แต่มันก็มีคุณค่าในแบบของมัน มีผลให้กิน มีใบให้ร่มเงา

คุณค่าของสัตว์กับพืชก็เช่นกัน

เราคิดว่าสัตว์มีคุณค่าของการมีชีวิตมากกว่าพืช เพราะสัตว์วิ่งได้ เดินได้ บินได้ เป็นเพื่อนเราได้ ฟังภาษาคนออกในบางครั้ง และมีความสามารถในการร้องไห้โหยหวนตอนที่กำลังจะถูกฆ่า

เป็นความซวยของพืช ที่ไม่มีความสามารถเช่นนั้น มันไม่มีตา (อ่ะ...พืชมีตา แต่ไม่มีน้ำตา แสดงอารมณ์ทางตาไม่ได้ แต่เราสามารถทำการ "ติดตา" ได้ เวลาจะขยายพันธุ์) และเราคิดว่ามันไม่มีอารมณ์ ความรู้สึก จิตใจ ฟังภาษาคนไม่ได้ ขอมือไม่ได้ (แต่แกล้งตายได้) และมันไม่ร้องโหยหวนเวลาเรากำลังฆ่ามัน

เราจึงเลือกที่จะ ฆ่าผัก มากกว่า ฆ่าสัตว์
แล้วให้เหตุผลประกอบว่า
ค่าผัก ดีกว่า ค่าสัตว์

แต่อีกเหตุผลหนึ่ง คงเป็นเพราะ ศีล5ข้อ1 บอกว่า ห้ามเบียดเบียนสัตว์ ล่ะมั้ง

คงมีน้อยคนที่รู้ว่า หนึ่งในศีล 227 ข้อ มีว่า "ห้ามปลิดใบไม้เขียวหลุดจากขั้ว" (พ่อบอกมา)
นั่นแสดงว่า พระพุทธองค์บัญญัติให้ภิกษุเห็นคุณค่าของพืชและสัตว์เท่ากันหมด ส่วนสามเณรและฆารวาส คงยังต้องมีชีวิตทางโลกมากกว่า ต้องทำมาหากิน ไม่งั้นก็คงไม่ต้องทำอะไรกินกัน

แล้วก็วนกลับมาที่คำถามเดิมว่า ทำไมฆ่าผักได้ แต่ฆ่าสัตว์ไม่ได้

นั่นสิ...

ส่วนตัวแล้วคิดว่า เรื่องการถือศีลกินเจ เป็นประโยชน์ทางใจมากกว่า
คงมีน้อยคน ที่จะพิลึกกึกกือคิดแบบที่กล่าวมาข้างต้น
ถ้าให้คนอย่างเราไปกินเจ ก็คงไม่ได้บุญเพราะเราคิดแล้วว่าฆ่าผักก็บาปเหมือนกัน

เลยกินทั้งสองอย่าง จะได้ยุติธรรม
ไม่ได้เลือกกินอย่างใดอย่างหนึ่ง

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เอนทรี่นี้.. เป็นเรื่องเกี่ยวปรัชญาและศาสนา แต่มีความเป็นวิทยาศาสตร์อย่างน่าประหลาด ผมชอบจังเลย
#1  by  A Man In The Yellow-Submarine At 2006-10-24 00:40, 
พูดถูกว่ะ...ฆ่าต้นไม้....

นั่นดิ่...อ่านแล้วก็งงๆ....ทำไมเค้าคิดว่ากินต้นไม้แล้วไม่บาปวะ...นั่นก็เป็นชีวิตเหมือนกันนะ....

คิดมากไประวังฉี่เหลืองนะฝนเอ๊ย....

สำหรับกุนะ...กุก็กินทั้งสองอย่างว่ะ....ไม่ได้กลัวไม่ยุติธรรม....แต่กับข้าวเจเห็นแล้วมันขัดใจ.....ขัดตาด้วย

ขาหมูเจเงี้ย....หมูแดงเจเงี้ย....ไม่รู้จะกินเจกันหาด๋อยอะไร..กิเลสก็ยังตัดไม่ขาด....

ที่สำคัญ..ไม่อร่อย....

ปล.โทษทีที่เบี้ยวนัดว่ะ...ตอนนี้เสียงกุยังเป็ดอยู่เลย....เจอกันวันนี้สายๆน่อ....

อย่าโกรธกุนะ.......กุผิดไปแล้วววววววว
#2  by  Lover Boy At 2006-10-24 00:44, 
เอ่อ... ไม่รุ็เกี่ยวกับที่น้องฝนพิมพ์มาป่าวนะ...
ถึงในทางวิทยาศาสตร์ จะบอกว่าต้นไม้มีชีวิต...
แต่ในทางพุทธ ต้นไม้ถือว่าไม่มีชีวิตจ้ะ...
ไม่ได้บอกว่าอย่างไหนไม่ถูกนะ แต่ตามคติชาวพุทธเค้าเชื่อกันอย่างนั้น...
การกินเจ ซึ่งเป็นพิธีกรรมชาวพุทธ จึงไม่นับว่าเป็นการฆ่าชีวิตจ้ะ (ตามความคิดของพี่นะ )

แต่การที่มีการห้ามมิให้พระสงฆ์ ทำลายต้นไม้นั้น...
ก็เพราะว่า ต้นไม้ถือว่าเป็นสิ่งที่เอื้อต่อชีวิตอื่นๆ อีกมากมายในโลกจ้ะ...
การทำลายต้นไม้ จึงเปรียบเหมือนการทำลายชีวิตอีกหลายชีิวิตโดยอ้อม...
การที่เราทำลายต้นไม้ เพื่อใช้รับประทาน จึงน่าจะไม่เป็นเรื่องผิดแต่ประการใดจ้ะ (ตามความเห็นพี่ อีกแล้วครับท่าน)...

สำหรับตัวพี่ คิดว่าการบริโภคเนื้อสัตว์ หรือ พืช นั้นเป็นการฆ่าชีวิต แต่คิดว่าไม่เป็นเรื่องผิดแต่อย่างไร...
หากเราบริโภค ชีวิตเหล่านั้นเพื่อทำประโยชน์ให้แก่โลก และคุ้มค่ากับที่พวกมันยอมเสียสละชีวิตให้เรา...
เพราะฉะนั้น อย่ากินอาหารเหลือนะเด็กๆ เราต้องขอบคุณชีวิตทุกชีวิต ที่ทำให้เราทำประโยชน์ให้กับโลกได้...

ขอบคุณนะคุณหมู...
กินเพื่ออยู่โลด...
#3  by  วิธีฆ่าหมูคือ เอามีปลายแหลมแทงทีเดียว ให้เลือดไหลหมดตัว (58.9.161.32) At 2006-10-24 01:10, 
อ๋ออออ อย่างงี้นี่เอง
ขอบคุณพี่ป่านค่ะ
#4  by  Fonn || AR51 At 2006-10-24 01:29, 
ฝนคิดมากไปรึเปล่า~????
คือพี่ว่าคนเรายังไงก็ต้องฆ่าชีวิตเพื่อต่อชีวิตเราอยู่ดี
ทีนี้ถามว่าทำไม่ฆ่าพืชไม่บาป
พี่ว่าน่าจะอยู่ที่วัฐจักรชีวิตนะ
เรากินผักที่ไม่กี่เดือนมันก็เฉาตาย
กับกินหมูที่มีอายุได้อีก5-8ปี
พี่ว่าเลิกกินผักก็ไม่ได้ทำให้อายุผักยาวขึ้นเท่าไหร่

ตามนั้น
#5  by  1812 At 2006-10-25 02:16, 
ปล.บ้านพี่ที่ใต้ก็เลี้ยงหมูแหละ
พอได้ที่ก็ส่งไปทำหมูย่าง
แต่พี่ก็ไม่ได้ฆ่าเองอ่ะนะ สงสาร อุตส่าห์เลี้ยงมา

แต่ถามว่ากินหมูมั๊ย ก็กินอ่ะ มันอร่อย
#6  by  1812 At 2006-10-25 02:18, 
สุดยอด
คิดได้ไงอ่ะ
สร้างสรรค์ดีนะ
ไปเขียนหนังสือขายเลยไป๊
#7  by  AE' (58.64.101.57) At 2006-10-25 18:52, 
ฝน
++อ.เราต้องรักแกแน่เลย
++เขียนอีกนะ เด๋วแบบว่างๆๆๆ จะมาอ่าน
++เราก้ไม่กินเจเหมือนกัน
++กินหมูด้วย แต่ไม่กินหมูแดง เพราะดูคนเล่นของ(ตอนทำความสะอาดร่างกายอ่า) แล้วมานก้เลยรุสึกว่า กรุจะไม่กินหมูแดง
#8  by  ต่าย (61.90.187.251) At 2006-10-26 20:29, 
บลอก ครั้งนี้เขียนให้อ่านแล้วน่าคล้อยตามมาก แต่พออ่านเม้นท์ของคนอื่นๆ ก็ถึงได้เริ่มได้สติกลับมา หุหุ..

คิดแล้วก็นึกถึงตอนทำข้อสอบ Design I ของไอดีตอนปีหนึ่งเทอมสอง อาจารย์คอมเม้นท์กลับมาดังนี้
"คุณเขียนได้น่าเชื่อถือและคล้อยตามมาก นี้ถ้าเป็นคนที่ไม่รู้อะไรเลยมาอ่านคงเชื่อไปแล้ว"..

ฮ่าๆๆๆ..แต่พี่ว่าคงคนละประเด็นกะฝน เพราะเรื่องนี้มันไม่มีถูกไม่มีผิด เป็นการแสดงและแลกเปลี่ยนทัศนะกัน ดีใจนะที่มีคนเขียนแสดงความคิดลงใน บลอก มากกว่าเขียนว่าวันนี้ทำอะไรบ้าง ..เก่งนะเรา ฮี่ๆๆ
#9  by  AirBorne (221.128.107.171) At 2006-10-27 10:41, 
ถูกแล้ว ที่ว่าคนเรามักจะตัดสินสิ่งอื่นจากประสบการณ์ของตัวเอง

ดังนั้นเมื่อชีวิตเป็นของ "เรา" จึง..ไม่ผิด ที่จะมองโลก ผ่านสายตาของ "เรา" เอง เป็นโลก ที่มีเพียงหนึ่งเดียว เป็นของเราคนเดียว

และถูกแล้ว ที่ว่าสิ่งมีชีวิตทุกชีวิต มีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้เท่ากัน

มนุษย์ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ก็มีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้เท่าๆกับชีวิตอื่น แต่สิ่งพิเศษที่เป็นต้นเหตุของปัญหาก็คือ มนุษย์มีความสามารถที่จะคิด ที่จะเรียนรู้ ที่จะรู้สึกติดตัวมา

ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่มนุษย์มักจะตัดสินสิ่งอื่นๆ หรือแม้แต่ตัวเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง ด้วยเกณฑ์ที่ตัวเองเป็นคนตั้งขึ้นมา

ถูกแล้ว ที่ว่าคนไม่มีสิทธิไปตัดสินว่าสิ่งนี้มีค่ามากกว่าสิ่งนี้ เพราะฉะนั้นมันควรที่จะมีชีวิตอยู่ และน่าเศร้าใจมากกว่าเมื่อมันตาย

ถ้าจะคิดให้มันเป็นเรื่องเครียดก็ทำได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะจริงจังกับมันขนาดไหน และมองมันมาจากมุมใด

คน..มักจะยกชีวิตตัวเองเอาไว้สูงกว่าชีวิตอื่นๆเสมอ เมื่อต้องตัดสินก็จะตัดสินเข้าข้างตัวเองและสิ่งที่ผูกพันกับเราใกล้ชิดไว้ก่อน

แต่ก็ไม่ผิดไม่ใช่เหรอ ถ้าเราจะ "รัก" ชีวิตตัวเอง

เพราะในอีกมุมหนึ่ง มด..มันก็รักชีวิตของมัน และเห็นว่าตัวมันเองสำคัญมาก่อนสิ่งอื่น และเห็นว่าเพื่อนมันสำคัญมีค่ากว่าสิ่งอื่นๆ

และก็ไม่เห็นมีมดที่ไหนลุกขึ้นมาโวยวายว่า พวกเราชาวมดไม่ควรคิดว่ามดมีสิทธิมากกว่าชีวิตอื่นนะโว้ย!!

ใช่แล้ว!! โลกเราไม่เคยมีความเท่าเทียม

แต่โลกก็ยังสมดุล...
ด้วยความเท่าเทียม...ที่ไม่symetry

ปล. พออ่านเรื่องนี้แล้วพี่คิดว่าฝนเป็น "คนพิเศษ"...ฮ้า นั่นเพราะแกกำลังมองเรื่องนี้อยู่ระหว่างโลกที่อยุ่ตรงกลาง ล่องลอยอยู่ระหว่างโลกของคนกับมด

แกเป็นครึ่งคนครึ่งมดที่พยายามชี้ให้คนธรรมดาๆเห็นถึงความยุติธรรมที่หลายๆคนไม่ทันมอง เห็นถึงสัจธรรมที่ถูกหลงลืม

...มองโลกให้ลึกซึ้ง แล้วจะได้ลิ้มรสโลกเป็นสองเท่าจากคนอื่น...

#10  by  พี่ร่วมสายรหัส รักเหมือนร่วมสายเลือด.. (161.200.255.162) At 2007-04-23 12:42, 

#11  by  วิลาสินี (124.157.234.150) At 2008-05-19 13:02, 

<< Home


มังคุด
View full profile